วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562

วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ครั้งที่9





วันนี้เป็นการเรียนการสอนคาบสุดท้ายในรายวิชานี้
อาจารย์สาธิตการสอน หน่วยอุปกรณ์กันแดด  ให้เด็กๆ
ออกไปลองส่วมใส่สาธิตหน้าชั้นเรียนและให้ออกแบบ
แผ่นชาร์ตของตัวเองและสอนวิธีการเขียนแผนการสอน

*ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียน


*ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียน


*ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียน


*ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียน


*ภาพตัวอย่างแผนการสอน



         การเรียนในวิชานี้สนุกมาได้ความรู้มากมาย ได้แต่งคำคล้องจองของ
ตัวเอง เเต่งเพลงเด็กของตัวเอง ได้ลองสอนหน้าชั้นเป็นครั้งแรก ได้ร้องเพลง
ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของตนเองและเพื่อนหลายๆคน เห็นว่าทุกคนพัฒนา
ขึ้นมากถ้าเทียบกับตอนปี1 และอ. เบียร์ก็ยังคงน่ารักและใจดีเหมือนเช่นเคย
คอยให้คำปรึกษา ช่วยแต่งคำคล้องจอง ช่วยใส่ทำนองเพลงให้ ช่วยบอกสิ่ง
ต่างๆมามากมาย😍😍         






ครั้งที่8




หลังจากที่แต่งเพลงเสร็จแล้ว อาจารย์ก็ได้ให้สิบสอนร้องเพลงในสัปดาห์นี้
คำคล้องจองว่าอยากแล้วเจอร้องเพลงเข้าไปไม่ไหวแน่ๆ😭😭😭นอกจาก
จะร้องไม่เพราะแล้ว ยังเพี้ยนอีก 55555 กว่าจะหาทำนองที่ลงตัวให้
เพลง”มดแดง”ได้มันช่างยากลำบาก แต่สุดท้ายก็ได้ถึงว่าจะเพี้ยนๆหน่อย
วิธีการสอนร้องเพลงก็เหมือนกันกับคำคล้องจอง คือรอบแรกร้องให้ฟัง 
รอบที่สองร้องตาม  รอบสามร้องพร้อมกัน แต่เปลี่ยนจากคำถามเป็นช่วยกัน
คิดท่าประกอบเพลง และ อาจารย์ก็สอนให้ดูเป็นตัวของตัวอย่างอีกเช่นเคย


*ภาพอาจารย์สอนให้ดูเป็นตัวอย่าง


*ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียน


*ภาพบรรยากาศขณะเพื่อนช่วยกันคิดท่า


*ภาพบรรยากาศขณะสอบสอนร้องเพลง













วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ครั้งที่7






สัปดาห์นี้ไม่มีการเรียนการสอน อาจารย์มอบหมายงานให้ไป
แต่งเพลงเกี่ยวคำคล้องจองครั้งที่แล้ว ของฉันคือ เพลง”มดแดง”




ครั้งที่6



วันนี้เป็นการสอบสอนครั้งแรกตื่นเต้นมากค่ะ อาจารย์เริ่มสอนให้ดู
เป็นตัวอย่างทำแบบที่อาจารย์เคยสอนไปแล้ว คือ รอบแรกอ่านให้ฟัง
รอบสองอ่านตาม รอบที่สามอ่านพร้องกัน  ฉันติดตรงที่พูด1 2 ซั่ม
อาจารย์ให้แกตัว และปรับพูดให้เป็น 1 2 3 


*ภาพงานคำคล้องจองของฉัน


*ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียนขณะที่เพื่อนกำลังสอบสอน



*ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียนขณะที่เพื่อนกำลังสอบสอน











วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ครั้งที่5




วันนี้อาจารย์ให้ทุกคนแต่งคำคล้องจองของตัวเองเป็นงานเดี่ยว
ฉันแต่งคำคล้องจอง “มดแดง”

*ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียนขณะที่ทำคำคล้องจองของตัวเอง

*ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียนขณะที่ทำคำคล้องจองของตัวเอง



*ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียนขณะที่ทำคำคล้องจองของตัวเอง




อาจารย์ให้เวลาทั้งคาบแต่ก็ยังไม่เสร็จ😭😭 เลยให้นำกลับไปทำที่บ้าน
และสัปดาห์หน้ามาส่งพร้อมกับสอบสอน















ครั้งที่4




วันนี้อาจารย์ได้สอนอ่านคำคล้องจอง และสอนวิธีการนำไปสอนเด็กๆ
คือเราต้องตามให้เด็กฟังก่อน1 รอบ รอบ2 ให้เด็กอ่านตามทีละประโยค
รอบที่3 ให้อ่านพร้อมกัน หลังจากอ่านจบควรมีคำถามที่อยู่ในเรื่องที่สอน
นิดหน่อย เวลาอ่านควรใช้ไม้ชี้ไปถามคำที่เราและเด็กอ่านทุกครั้งไม่ควรตี
ชาร์จขณะที่ชี้ และหลังจากที่สอนเสร็จแล้วอาจารย์ก็ได้ให้แบ่งกลุ่มเขียน
ชาร์ตาคำคล้องจองของตัวเอง กลุ่มฉันทำคำคล้องจองผลไม้ ผู้แต่ง:ต้องตา


 *ภาพบรรยากาศในห้องเรียนขณะทำงานกลุ่ม


 *ภาพบรรยากาศในห้องเรียนขณะทำงานกลุ่ม



*ภาพผลงานคำคล้องจองของกลุ่มฉัน


*ภาพผลงานคำคล้องจองของกลุ่มฉัน












ครั้งที่3






           สัปดาห์นี้อาจารย์ได้แจกอุปกรณ์การเรียนได้แก่ สีชอล์ค กล่อง ไม้บรรทัด อัน ปากกาเมจิก ด้าม เป็นสีดำ2 สีชมพู1


อาจารย์ให้วาดภาพสิ่งของที่เรารักมากที่สุดและเขียนเล่าเรื่องแล้วนำผลงานไปติดที่กระดานหน้าชั้นเรียน













ครั้งที่2





พัฒนาการ ทางภาษาของเด็กปฐมวัย 

1. ระยะเปะปะ 
-อายุแรกเกิดถึง 6 เดือน
-เด็กจะเปล่งเสียงดังๆเพื่อบอกความต้องการ 
-ออกเสียง อ้อ-แอ้
-เป็นช่วงที่ดีในการสนับสนุนให้เด็กมีพัฒนาการทางการพูด
-เด็กมีสุขภาพดีทั้งกายและใจจะมีพัฒนาการทางภาษาที่ดี

2. ระยะแยกแยะ
-อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี
-สามารถแยกแยะเสียงต่างๆที่ได้ยิน
-พอใจที่ได้ส่งเสียง
-ถ้าเสียงที่เปล่งออกมาได้รับการตอบสนองทางบวกเด็กก็จะเปล่งเสียงนั้นซ้ำอีก
-เด็กจะเลียนเสียงสูงๆต่ำๆตามเสียงคนที่พูดด้วย 

3. ระยะเลียนแบบ
-อายุ 1-2 ปี
-เลียนเสียงต่างๆที่ได้ยิน
-พูดย้ำคำซ้ำๆไปมา
-ใช้คำศัพท์ได้ 5-20 คำ
-ทำตามคำสั่งง่ายๆได้ 

4. ระยะขยาย 
-อายุ 2-4 ปี 
-อายุ 2 ปี 
 •เรียกชื่อสิ่งของที่อยู่รอบตัว
 •พูดเป็นคำ
 •เข้าใจสิ่งที่พูด 2/3

-อายุ 3 ปี
 •พูดเป็นประโยคได้ 
 •เข้าใจสิ่งที่พูด 90%
 •ขอความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา
 •สนทนาโต้ตอบ / เล่าเรื่องสั้นๆได้
 •สนใจนิทานและเรื่องราวต่างๆ
 •บอกเพศ ชื่อ อายุ ตัวเองได้ 

-อายุ 4 ปี
 •บอกชื่อสิ่งของในรูป
 •รู้จักสีอย่างน้อย 1 สี
 •ชอบเล่าเรื่อง ชอบพูดซ้ำๆ
 •บอกชื่อและนามสกุลของตนเองได้
 •สนทนาโต้ตอบ/เล่าเรื่องได้เป็นประโยคต่อเนื่อง
•รู้ตักใช้คำถาม "ทำไม"

5. ระยะโครงสร้าง
-อายุ 4-5 ปี
-ใช้คำบรรยายลักษณะได้ดีขึ้น
-เริ่มสนุกกับคำและคิดคำของตนเอง
-ทำตามคำสั่ง 3 อย่างต่อกันได้
-รู้จักเวลาคร่าวๆ

6. ระยะตอบสนอง
-อายุ 5-6 ปี
-สนทนาโต้ตอบบอกเล่าเป็นเรื่องราวได้
-เริ่มพัฒนาไปสู่ภาษาที่เป็นแบบแผนมากขึ้น
-สร้างผลงานตามความคิดของตนเอง
-ใช้ภาษาเหล่านั้นกับสิ่งต่างๆรอบตัว

7. ระยะสร้างสรรค์
-อายุ 6 ปีขึ้นไป
-เข้าใจคำพูดที่ใช้ในสังคม
-ภาษาพูดเป็นนามปธรรมมากขึ้น
-สนุกกับการแสดงความคิดเห็นโดยการพูดและการเขียน

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการทางภาษา
1. วุฒิภาวะ
2. สิ่งแวดล้อม
3. การเข้าใจความหมายภาษาที่ใช้พูด
4. การจัดชั้นเรียน
5. การมีส่วนร่วม

พัฒนาการภาษาของเด็กปฐมวัย
เด็กจะค่อยๆสร้างความรู้และเข้าใจเป็นลำดับขั้นครูหรือผู้สอนต้องมีความเข้าในและยอมรับหากพบว่าเด็กใช้คำศัพท์หรือไวยากรณ์ไม่ถูกต้องควรมองว่านั่นเป็นกระบวนการเรียนรู้ภาษาของเด็ก















วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2562

ครั้งที่1



                 วันนี้เจอกันคาบแรกกับอ. เบียร์คนเดิมเพิ่มเติมคือวิชาใหม่
เทอมนี้เรียนวิชาการจัดประสบการณ์ภาษาเด็กปฐมวัย ในคาบนี้อาจารย์
ก็เริ่มสอนเลย เพราะสัปดาห์ก่อนไม่ได้เรียน อาจารย์มาพร้อมกับ
นมเปรี้ยวทุกครั้งที่เริ่มเรียนคาบแรก อาจารย์เริ่มแจกชีทให้ฝึกร้องเพลง  
หลังจากร้องเพลงเสร็จก็สอนเกี่ยวกับภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย 
มีทั้งคำที่แปลได้2ความหมาย  ประโยคที่มีความหมายไม่จัดเจน
ความแตกต่างของภาษาระหว่างประเทศ  ภาษาที่อ่านไม่รู้เรื่อง 
การเปลี่ยนตำแหน่งของประธานในประโยค








 *ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียน(อ.เบียร์แจกยาคูล🥰)


*ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียน(อ.เบียร์แจกยาคูล🥰)


*ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียนขณะร้องเพลง


*ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียนขณะร้องเพลง 


*ภาพคำที่สื่อได้2ความหมาย ความหมายแรกคือผลไม้
อีกความหมายคือ น่าเบื่อ เชื่องช้า น่ารำคาญ


*ความแตกต่างของภาษาระหว่าง2ประเทศ
ไทยคือห้องคลอด ลาวคือห้องประสูติ


*ตัวอย่างประโยคที่สื่อความหมายไม่ชัดเจน 
อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้


 *ภาษาที่อ่านไม่รู้เรื่อง


*การสลับตำแหน่งของประธาน เช่น
เเม่เกลียดคนใช้ฉัน เป็น ฉันเกลียดคนใช้แม่